ยาม้า และ ยาบ้า ต่างกันหรือไม่?

สารบัญ

ยาม้า และ ยาบ้า ต่างกันหรือไม่?

ยาม้า หรือ ยาบ้า ก็คือชื่อของสารเสพติดแบบเดียวกัน ซึ่งก็คือ แอมเฟตามีน (Amphetamine, amphetamine ย่อมาจาก alpha-methylphenethylamine) ซึ่งเป็นสารกระตุ้นประสาท ที่จะออกฤทธิ์กระตุ้นสมองชั้นใน หรือก็คือสมองส่วนอยากนั่นเอง (Limbicsystem) โดยที่จะประกอบไปด้วยศูนย์ควบคุมอารมณ์และพฤติกรรม ศูน์ความอิ่ม ศูนย์ความพึงพอใจ ที่จะทำให้ผู้เสพมีความสุข รู้สึกสนุกสนาน มีความขยัน มีกำลังมากขึ้น ไม่อยากอาหาร อิ่มทิพย์ นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง ถ้าหากเสพมากๆหรือเสพติดตอกัน ก็จะมีพฤติกรรที่ก้าวร้าว รู้สึกหงุดหงิดง่าย มีการทางจิต หูแว่ว หวาดระแวง ประสาทหลอน และก็อาจจะมีมีอาการซึมเศร้าและฆ่าตัวตายได้ เมื่อเสพยาจนติดแล้ว พอจะหยุดยา ก็จะเกิดอาการอยากยาอีก มีความทรมาน รู้สึกลงแดง จึงจะต้องหายามาเสพอีก วนเวียนเป็นวังวนจนไม่รู้จบ ในช่วงที่มียาบ้าแรกๆ จะเรียก ยาบ้า ว่า ยาม้า

ยาเสพติด

ยาเสพติด หรือ สารเสพติดคืออะไร มีกี่ประเภท แล้วจะอยู่ในร่างกายได้กี่วัน สารเสพติด คือ สารหรือยาที่อาจจะเป็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ หรือที่เกิดจากการสังเคราะห์ เมื่อเสพเข้าสู่ร่างกายแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการกิน การสูบ การดม การฉีด หรืออื่นๆ จะส่งผลต่อร่างกาย และจิตใจ เช่น มีความต้องการเพิ่มขนาดการเสพมากขึ้นเรื่อยๆ มีอาการอยากยาเมื่อขาดยา มีความต้องการเสพทั้งทางร่างกายและจิตใจอย่างรุนแรงและต่อเนื่องเรื่อยๆ ซึ่งจะส่งผลต่อสุขภาพโดยทัวไปของร่างกายให้ทรุดโทรมลง

สารเสพติด แบ่งได้ 4 วิธี ดังนี้

1.แบ่งตามแหล่งกำเนิด

2.แบ่งตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522

ยาเสพติดให้โทษ มี 5 ประเภท ดังนี้

  • เฮโรอีน แอลเอสดี แอมเฟตามีน หรือ ยาบ้า ยาอี ยาเลิฟ
  • ยาเสพติดประเภทนี้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้ แต่จะต้องใช้ภายใต้การควบคุมของแพทย์เท่านั้น และจะใช้ได้ในกรณีที่จำเป็น ได้แก่ ฝิ่น มอร์ฟีน โคเคน หรือโคเคอีน และเมทาโดน
  • ยาเสพติดประเภนี้มียาเสพติดให้โทษประเภทที่2 ผสมอยู่ ซึ่งมีประโยชน์ทางการแพทย์ การที่นำยาประเภทนี้ไปใช้เพื่อจุดประสงค์อืน หรือเพื่อไปเสพ จะมีบทลงโทษไว้อยู่ ยาเสพติดประเภทนี้ได้แก่ ยาแก้ไอ ที่มีโคเคอีน ยาแก้ท้องเสีย ที่มีฝิ่น ยาระงับการปวดต่างๆ เช่น มอร์ฟีน เพทิดีน ซึ่งได้สกัดมาจากฝิ่น
  • ก็คือสารเคมีที่จะใช้ในการผลิตยาเสพติดที่ให้โทษ 1 และ 2 ประเภทที่4นี้นั้น จะไม่ได้เอามาใช้ประโยชน์ในวงการการรักษาโรค และก็มีบทลงโทษกำกับไว้ ได้แก่ น้ำยาอะเซติคแอนไฮไดรย์ และอะเซติลคลอไรด์ ซึ่งจะใช้ในการเปลี่ยนมอร์ฟีนให้เป็นเฮโรอีน สารคลอชูโดอีเฟดรีนสามารถนำมาใช้ในการผลิตยาบ้าได้ และวตถุที่อออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทอื่นๆอีก 12 ชนิด สามารถนำมาผลิตเป็น ยาบ้า และ ยาอี ได้
  • เป็นยาเสพติดที่ไม่ได้เข้าข่ายในประเภทที่ 1-4 ได้แก่ ทุกส่วนของพืชกัญชา ทุกส่วนของพืชกระท่อม เห็ดขี้ควาย เป็นต้น

3.แบ่งตามการออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท

          แบ่งได้ 4 ประเภท ดังนี้

  • ประเภทกดประสาท ได้แก่ ฝิ่น มอร์ฟีน สารระเหย เฮโรอีน และยากล่อมประสาท
  • ประเภทกระตุ้นประสาท ได้แก่ กระท่อม แอมเฟตามีน และโคคาอีน
  • ปรเภทหลอนประสาท ได้แก่ ดีเอ็มพี แอลเอสดี และเห็ดขี้ควาย
  • ประเภทออกฤทธิ์ผสมผสาน คือ อาจจะกระตุ้นหรือหลอนปรสาทไปพร้อมๆกัน เช่น กัญชา

4.แบ่งตามองค์การอนามัยโลก

สารเสพติดอยู่ในร่างกายไดกี่วัน

                                            ผู้เสพไม่ประจำ                 ผู้เสพประจำ                   ผู้เสพเรื้อรัง

1.แอมเฟตามี                      1-3 วัน                               2-6 วัน                           2-3 สัปดาห์

2.เมทแอมเฟตามีน             1-3 วัน                               2-6 วัน                           2-3 สัปดาห์

3.ยาอี                                  1-3 วัน                               2-6 วัน                           2-3 สัปดาห์

4.กัญชา                               2-5 วัน                               4-14 วัน                         2-3 สัปดาห์

5.โคเคน                              12-48 ชั่วโมง                    1-4 วัน                           2-3 สัปดาห์

6.มอร์ฟีน                             12-48 ชั่วโมง                    2-6 วัน                           2-3 สัปดาห์

7.โคเคอีน                            1-3 วัน                               2-5 วัน                           2-3 สัปดาห์

8.เบนโซไดอาซิปินส์            2-5 วัน                              4-14 วัน                         อาจพบอยู่ในรางกาย 1 เดือน

ยาไอซ์คือ

ยาไอซ์ ก็เป็นสารที่เข้าไปเพิ่มการทำงานประสาท ที่มีการออกฤทธิ์เพิ่มการทำงานของระบบประสาทและสมองนั่นเอง ยาไอซ์ ก็คือ Methamphetamine ซึ่งนี่ก็เป็นชื่อเรียกทางเคมีของยาบ้าเช่นกัน แต่มันจะมีความบริสุทธิ์สูงกว่ายาบ้าถึง 4-5 เท่า ที่ทำให้ติดได้ง่ายและรุนแรงกว่ามากๆเลย และจะมีผลกระทบต่อร่างกายมากกว่ายาบ้าอีก (amphetamine) ทั้งในด้านร่างกาย ด้านจิตใจ ด้านครอบครัว และการงาน

ลักษณะทางกายภาพ ยาม้า

ยาม้า หรือยาบ้า ก็จะมีรูปแบบเป็นยาเม็ดกลม แบบแบนขนาดเล็ก โดยที่มีเส้นแบ่งศูนย์กลาง 6-8 มม. และน้ำหนัก 80-100 มก. แล้วก็มีสีต่างๆ

สีของยาบ้าก็จะมีเอกลักษณ์ และสัญลักษณ์แบบเฉพาะตัว อย่างเช่น แหล่งที่ผลิต ความเข้มข้นของตัวยา สีที่พบบ่อยๆ ได้แก่

  1. สีส้ม มักจะพบยาบ้าสีนี้เป็นจำนวนมาก ผลิตตามแนวเขตพื้นที่ชายแดนของประเทศไทย หรือในไทยเองด้วยก็มี โดยสีนี้เป็นสีมาตรฐานของยาบ้า
  2. สีเหลืองดอกคูณ ตัวนี้จะมีตัวสารเสพติดที่สูงยิ่งกว่ายาบ้าสีส้ม แหล่งที่มาจากพม่า
  3. สีช็อกโกแลต ก็จะมีเอกลักษณ์ในเรื่องของกลิ่นหอมที่เหมือนกับช็อกโกแลตเลย ทำให้ผู้เสพใหม่ๆจะเสพง่าย ติดใจในกลิ่น แล้วก็อาจจะมากับรสหวานที่ติดมากับควันด้วย
  4. สีกะปิ ตัวนี้ก็เป็นยาบ้าแบบโบราณๆ ถือกำเนิดขึ้นมาตอนที่ยาบ้าระบาดในตอนแรกๆ มักจะมีตัวอักษรปั้มไว้อยุ่ ว่า ฬ99 ซึ่งสีนี้ผลิตที่ไทยในช่วงที่ยังไม่ผิดกฎหมาย
  5. สีม่วง ก็ยังไม่ทราบที่มาของสีนี้ แต่ก็มาระบาดในช่วงปี ค.ศ.1997-1999 โดยเป็นสีทีหายาก เพราะว่าผลิตน้อยมาก
  6. สีเขียว สีนี้เป็นแบบชนิดพิเศษ ที่จะมีตัวยาแรงกว่าสีอื่นๆถึง 5 เท่าเลยทีเดียว โดยที่จะใส่มาในถุง 1 ถุงจะมีเพียง 2 เม็ดใน200เม็ดเท่านั้น ที่เหลือก็จะเป็นยาบ้าสีส้ม ในบางความเชื่อ ก็คิดว่ายาบ้าสีเขียว เป็นเพียงสารกันความชื้น แต่นั่นก็ไม่ใช่ความจริง เพราะทางผู้ผลิตทำขึ้นเพื่อบ่งบอกว่าใน 1 ถุงมีตัวยาเท่าใด ถ้ามียาบ้าสีเขียว 1 เม็ด แสดงว่าจะมียาบ้าสีส้ม 99 เม็ด
  7. สีแดงอิฐ มีลักษณะสีเหมือนอิฐมอญเลย ซึ่งนี้ก็มีสาเสพติดค่อนข้างสูงเลยทีเดียว
  8. สีชมพู สีนี้จะเป็นยาบ้าที่มีคุณภาพต่ำที่สุด แล้วก็ไม่นิยมในผู้เสพ แต่มีราคาถูก
  9. สีขาว นี่จะเป็นยาบ้ารุ่นแรกๆ ในช่วงที่ยังเรียกยาบ้าว่า ยาม้า นั่นเอง

มีเครื่องหมายการค้า เป็นสัญลักษณ์หลายๆแบบ เช่น รูปหัวม้าและอักษร LONDON

ยาบ้า wy สีแดง

ยาบ้า wy สีแดง คือลักษณะอย่างหนึ่งของยาบ้า ยาบ้ายังมีลักษณะอื่นๆอีก เช่น เม็ดเล็กกลมแบน แบบแคปซูล หรือ เหลี่ยมรูปหัวใจ มีหลากหลายสี อาจจะมีสัญลักษณ์อยู่บนเม็ดยา เช่น WY, M, PG, ฬ99, ฬ สัญลักษณ์รูปพระจันทร์เสี้ยว, รูปดาว, 99 หรืออาจจะเป็นรูปเส้นแบ่งครึ่งเม็ด สัญลักษณ์พวกนี้อาจจะปรากฎบนเม็ดยด้านใดด้านหนึ่งหรืออาจจะทั้งสองด้านก็ได้ หรืออาจจะเป็นเม็ดเรียบทั้งสองด้านก็ได้

Wy สีแดงย่อมาจากอะไร

Wy สีแดงย่อมาจากอะไร อักษร WY อักษรนี้เริ่มขึ้นมาจากตอนที่ชนกลุ่มน้อยว้าแดง ได้นำยาเสพติดไปผลิตเพื่อที่จะจำหน่าย โดยพวกเขาก็ได้ใช้สัญลักษณ์นี้บนตัวยาบ้าที่พวกเขาได้ผลิตขึ้นมานี้ เพื่อที่จะให้ลูกค้าทราบว่ายาชนิดนี้ใครเป็นผู้ผลิต ส่วนความหมายนั้นปัจจุบันก็ยังเป็นปริศนาอยู่ว่า WY หมายความว่าอะไร

แอมเฟตามีน

แอมเฟตามีน (amphetamine) เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ประเภท 2 แอมเฟตามีน จะมีลักษณะที่เป็นผงผลึกสีขาว ที่ไม่มีกลิ่น จะมีรสขมนิดๆ เป็นสารที่อยู่ในกลุ่มที่ออกฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ถูกสร้างขึ้นมาในปี ค.ศ.1887 โดยนักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมัน ในรูปแบบของแอมเฟตามีนซัลเฟต (Amphetamine Sulphate) ต่อมาในปี ค.ศ.1888 นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่นสังเคราะห์อนุพันธ์ของแอมเฟตามีนได้อีกตัวหนึ่งคือ เมทแอมเฟตามีน(Methamphetamine) ซึ่งสามารถออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลางได้มากกว่า

ยาบ้า เป็นยากลุ่ม แอมเฟตีน ซึ่งจะมีหลายตัว แต่เดิม ถูกเรียกว่า ยาม้า ยานี้เคยเป็นยารักษาโรคบางโรคในอดีต สำหรับผู้ป่วยที่ เป็นโรคผล็อยหลับโดยไม่รู้ตัว เด็กที่ไม่อยู่นิ่ง ขาดสมาธิและความตั้งใจในการเรียน และผู้ท่ต้องการจะลดน้ำหนัก ปัจจุบันนี้นิยมนำมาใช้กันมาก โดยเฉพาะประเทศแถบเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ถุงที่ใส่ยาบ้า ก็จะมีรูปแบบเหมือนกับซองยาสีน้ำเงิน เพราะคนผลิตต้องการที่จะทำให้สีของซองกลบสีของยาบ้า ถุงพวกนี้จะมีลักษณะที่พิเศษ หาซื้อไม่ได้ตามตลาด คาดว่าผู้ผลิตคงจะทำขึ้นมาเองเป็นพิเศษ และมันจะล็กกว่าถุงใส่ของถั่วไป

ยาบ้า 1 ถุง ก็จะมี 200 เม็ด (ภาษานักค้ายาก็จะเรียกว่า 1 คอก) ใน 200 เม็ดนั้น จะมียาบ้าสีเขียวอยู่ 2 เม็ด ซึ่งจะเป็นตัวคั่น ยาบ้า 10 ถุง จะถูกเรียกว่า 1 มัด ลักษณะเป็นเม็ด พันด้วยกระดาษสีน้ำตาล แล้วก็ห่อด้วยเทปใสเพื่อกันน้ำเข้า โดยยาบ้า 1 แถวจะมีอยู่ 10 เม็ดนักค้ายาจะแพ็คใส่หลอดกาแฟพลาสติก แท่งละ 10 เม็ด ยาบ้า 1 ขา มี 1 ส่วน 4 เม็ด ก็หมายความว่า 1 เม็ดจะแบ่งออกเป็น 4 ส่วน

กลิ่นยาม้า

กลิ่นยาม้า เป็นอย่างไร ยาม้า สามารถสังเคราะห์กลิ่นได้ มีการใช้สารเติมแต่ง จะเป็นพวกกลิ่นช็อกโกแลต กลิ่นวนิลา กลิ่นที่หวาน ทำให้ชวนลอง ชวนเสพยามากขึ้น

ชื่อในตลาดมืด ยาม้า

Yaba, speed, meth, crystal, ice, glass, crank

วิธีการเสพ ยาม้า ดูดม้า

  1. กิน
  2. ฉีดเข้าเส้นเลือดดำ มักจะผสมกับยาอื่นๆ เช่น เฮโรอีน ยากล่อมประสาท
  3. สูดผงยาเข้าโพรงจมูก
  4. สูดควันระเหย คล้ายกับการสูบุหรี่ โดยจะบดและลนไฟ ใส่ในกระดาษฟอยล์ ลนไฟแล้วใช้หลอดกาแฟดูดควันที่ระเหย

ระยะเวลาการออกฤทธิ์

วิธีการสูบควันหรือไอระเหย                  ออกฤทธิ์ทันที
วิธีสูดผงยาเข้าโพรงจมูก                      ออกฤทธิ์ภายใน 3-5 วินาที
วิธีฉีดเข้าหลอดเลือดดำ                       ออกฤทธิ์ภายใน 15-30 วินาที
วิธีกิน                                                    ออกฤทธิ์ภายใน 30 นาที

วิธี ดูดม้า ไฟลอย

วิธี ดูดม้า ไฟลอย ทำโดยการสูดควันระเหย ที่จะคล้ายกับสูบบุหรี่ โดยบดยาแล้วลนไฟ ใส่ไปในกระดาษฟรอยด์ ลนไฟแล้วก็จะใช้หลอดกาแฟดูดควันที่ระเหยออกมา

เสพยาเกินขนาด วิธีแก้เบื้องต้น

เสพยาเกินขนาด วิธีแก้เบื้องต้น หากเสพยาเกินขนาด จะต้องติดต่อแพทย์ให้เร็วที่สุด และขณะที่รอรถฉุกเฉินมารับ จะต้องไม่ขาดน้ำ และสงบสติอารมณ์ เก็บตัวยา ปริมาณยาที่เสพ ฉลากยาที่เสพไป ระยะเวลาที่เสพเกินขนาด ซึ่งนี่จะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อที่แพทย์ที่จะรักษาในลำดับต่อไป

การออกฤทธิ์ ยาม้า

ยาม้า หรือ ยาบ้า หมายถึง ยาที่ออกฤทธิ์เพิ่มการทำงานของประสาท จากนั้นถ้าเสพเข้าไปในร่างกายแล้ว ในตอนแรกจะออกฤทธิ์ให้ร่างการตื่นตัว หัวใจเต้นแรงเร็ว ใจสั่น ความดันโลหิตสูง ประสาทตึงเครียด เมื่อหมดฤทธิ์ยา ประสาทล้าทำให้การตัดสินใจผิดพลาด เป็นเหตุที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง จะรู้สึกอ่อนเพลียมากกว่าปกติ ถ้าใช้ยาเสพติดติดต่อกันเป็นเวลานาน จะส่งผลให้สมองเสื่อม ประสาทหลอน เห็นภาพลวงตา คลุ้มคลั่ง หวาดระแวง เสียสติ เป็นบ้า อาจจะทำร้ายตนเองและผู้อื่นได้ กรณีที่ได้รับยาเป็นปริมาณมาก จะไปกดประสาท และระบบหายใจจนทำให้หมดสติ ถึงแก่ชีวิตได้เลย

วิธีสังเกตผู้ติด ยาม้า

1. อาการทางร่างกาย

    มันจะผอมลง โดยมาจะเป็นผู้ใช้ยาเป็นเวลานาน

    ไม่ดูแลทำความสะอาดร่างกาย

    มีการเคลื่อนไหวมากขึ้น เช่น แขน ขา ใบหน้า บางคนชอบกัดกราม บางคนไม่หยุดนิ่งเดินไปมา

2. ด้านจิตใจ อารมณ์

    เมื่อไม่ได้เสพยานานๆจะหงุดหงิด หรือซึมเศร้า

    นิสัยเปลี่ยนไป จากเคยเป็นคนเรียบร้อย จะก้าวร้าว ดุดัน

อุปกรณ์การเสพ มักจะมีกระดาษฟอยล์ที่พับเป็นกรงยหรือกะทง มาพร้อมกับเทียนไข ไฟแช็คที่ไว้เผายา และก็หลอดดูด อาจพบได้ในห้องน้ำ หรือว่าในกระเป๋า โดยพฤตกรรมทั่วไป เช่น การไม่พักผ่อน นอนดึกแต่ตื่นเช้าตรู่ ไม่ออกสังคม โลกส่วนตัวสูง ชอบอยู่ในที่มิดชิด สูบบุหรี่จัด ชอบงัดแงะของออกมาทำความสะอาดหรือซ่อมแซม กัดฟันกราม เอามือม้วนปลายผม หรือบีบสิว แต่งหน้าแต่งตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าบ่อยๆ เรียกทานข้าวมักจะไม่ทาน เพราะยาบ้าทำให้รู้สึกไม่หิว อิ่มทิพย์ สำรวจที่ๆสามารถเก็บอุปกรณ์ของผู้เสพ มันจะมี หลอด มีฟอยล์ สังเกตกลุ่มเพื่อน สังเกตถังขยะ

การรักษา และการบำบัดผู้เสพ ยาม้า

การรักษา และการบำบัดผู้เสพ ยาม้า การบำบัดรักษาผู้ป่วยที่เคยติดยาบ้าไม่ได้เป็นการทำให้ร่างกายปลอดจากสารเสพติดไปเลย แต่เป็นการบำบัดรักษาความผิดปกติของร่างกายจากผลของยาเสพติด นั่นก็คือ ควาผิดปกติของระบบประสาท โดยเฉพาะสมองส่วนกลาง และสารเคมีสมอง สมองของผู้เสพยาเสพติด ต้องการฤทธิ์ของยาเสพติด ที่จะมากระตุ้นอาการผิดปกติขึ้น อาการผิดปกติของร่างกายเมื่อหยุดยาทันที คือ อาการถอนพิษยา จะมีอาการหิวบ่อย กินเยอะ กระวนกระวาย อ่อนเพลีย จิตในหดหู่ บางรายอาจจะคิดฆ่าตัวตาย ต่อจากอาการถอนพิษยา จะมีอาการอยากยามาก จะรู้สึกไม่มีความสุข ไม่มีกำลังทั้งกายและจิตใจ อยากใช้ยากระตุ้นร่างกาย เพื่อให้กลับมากระชุ่มกระชวย การบำบัดในช่วงแรก เป็นการบำบัดเพื่อเพ่อลดอาการถอนพิษ เป็นการรักษาตามอาการ เพื่อลดความเครียดอการซึมเศร้าและอาการทางจิตอื่นๆ ผู้ติดยาเสพติดที่รักษาอาการถอนพิษแล้ จะมีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่ดีขึ้น แต่ก็ยังมีความผิดปกติของระบบสมอง ฤติกรรม สิ่งแวดล้อม ยังไม่ได้แก้ไข ต้องมีการฟื้นฟูในขั้นต่อไป เพื่อให้หายขาด และไม่กลับไปเสพอีก การที่จะทำให้ผู้ที่เคยเสพยากลับมาสู่ภาวะปกติ จะต้องใช้เวลา นานพอสมควร เพื่อให้ส่วนต่างๆของสมองปรับตัวกลับมาได้เป็นปกติ นอกจากระบบสมองแล้วพฤติกรรมและสภาพแวดล้อมของผู้ที่ติดยาก็จะต้องได้รับการปรับให้ดีขึ้นเช่นกัน การฟื้นฟูมีหลายวิธีเช่น การเข้าค่ายฟื้นฟู การให้คำปรึกษา การทำจิตบำบัด และชุมชนบำบัด เพื่อให้ผู้ที่เคยเสพยาเข้าใจถึงปัญหาของตนเอง ปรับสภาพครอบครัว สมาชิกในครอบครัว ให้เข้าใจถึงปัญหาและช่วยกันประคับประคองผู้ที่เคยติดยาเสพติด ปรับสภาพกลุ่มเพื่อน ให้ห่างไกลจากยาเสพติ สร้างความมั่นคงทางจิตใจ ให้ผู้ที่เคยติดยาเสพติดสารถยืนหยัดและสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆได้ โดยที่ไม่กลับไปพี่งพายาเสพติดอีก

วิธี ดัด นิสัย คนติดยา

วิธี ดัด นิสัย คนติดยา เปลี่ยคนติดยาให้เป็นคนใหม่ ที่จะให้กลับมาเข้าสู่สั่งคมด้วยความเข้าใจ

  1. การที่ตำหนิ กดดัน หรือบังคับ ดุด่า เพื่อให้เลิกใช้ยา จะทำให้ผู้ที่เสพเกิดความเครียด แลหันไปพึ่งยาเสพติดอีกเหมือนเดิม วิธีที่ควรจะทำคือ เปิดใจคุยกันอย่างจริงจัง และจริงใจ หาสาเหตุของการไปเสพยา เปิดใจ แบะให้โอกาส
  2. ให้กำลังใจ เชื่อมั่นว่าต้องทำสำเร็จ อยู่เคียงข้าง และก้าวข้ามไปด้วยกัน
  3. การกอดก็สมารถช่วยให้รู้สึกอบอุ่นใจได้
  4. คุยกันให้มากขึ้น รับฟัง และไม่รังเกียจ ทำให้เขาเองรู้สึกว่าตัวเองก็เป็นส่วนหนึ่งในสังคม
  5. พบแพทย์เพื่อที่จะได้บำบัดรักษา เพราะผู้เสพ ก็คือผู้ป่วยคนหนึ่ง

ติดยารักษาได้ เพราะ ผู้เสพ = ผู้ป่วย โทษของคดียาเสพติด ไม่ได้มีแค่ผู้เสพและผู้ขายอย่างเดียว ผู้ผลิตและผู้ที่มีไว้ครอบครองก็มีโทษเช่นกัน